ผิวแพ้ง่าย vs ผิวระคายเคือง

Image

 

คุณ “ผิวแพ้ง่าย” ...จริงหรือ?

 

ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ในท้องตลาดมากมายที่โฆษณาว่าเหมาะสำหรับผู้มีผิวแพ้ง่าย (For Sensitive Skin) ทำให้ผู้บริโภคต้องหันมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า แล้วเรามีผิวแพ้ง่ายหรือไม่ แต่ก่อนที่จะรีบสรุปว่าตัวเองเป็นคน “ผิวแพ้ง่าย”ลองมาทำความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างผิวแพ้ง่ายกับผิวระคายเคืองดูก่อนนะคะ

จากการวิจัยที่ตีพิมพ์ลงในวารสาร American Academy of Dermatology ระบุว่ากว่า 50% ของประชากรชาวอเมริกันเคยประสบอาการผิวแพ้ง่าย หรือ sensitive skin แต่จริงหรือที่คนอเมริกันกว่าครึ่งประเทศจะมีผิวแพ้ง่าย?? คำตอบคือไม่ค่ะ

เพราะผิวแพ้ง่าย กับผิวระคายเคือง ไม่เหมือนกัน แต่อาจมีอาการแสดงออกที่คล้ายคลึงกันได้ ผิวแพ้ง่ายนั้น เป็นเรื่องของกรรมพันธุ์ เป็นมาแต่เกิด และเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล นาย A อาจแพ้สารชนิดหนึ่งแต่นาย B อาจไม่มีปฏิกิริยาใดๆกับสารนั้นก็ได้ โดยทั่วไปอาการแพ้อาจแสดงออกในลักษณะของหน้าที่แดงเป็นปื้นๆตลอดเวลา หรือผิวแห้งคันมาก ตกสะเก็ด บวม หรือผื่นขึ้น เป็นต้น โดยหากคุณแพ้สารชนิดนั้น ไม่ว่าจะทาลงบนส่วนไหนของร่างกายผิวหนังก็จะแสดงอาการแพ้เหล่านี้เหมือนกันหมด เมื่อมีผื่นหรือสงสัยว่ามีอาการแพ้เกิดขึ้นควรพบแพทย์เพื่อทำการตรวจ Patch Test เพื่อความแน่ใจว่าแพ้สารชนิดใดและรักษาด้วยยาเมื่อมีอาการรุนแรง พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงการสัมผัสถูกสารเหล่านี้

ส่วนผิวระคายเคือง เป็นสภาพผิวบอบบางที่เกิดจากปัจจัยทั้งภายนอกและภายใน เช่นมลภาวะ ความเครียดและสารเคมีต่างๆ โดยเฉพาะเครื่องสำอางพอได้รับการกระตุ้นจากสารเคมีที่อยู่ในครีมก็ทำให้เกิดอาการระคายเคืองขึ้นได้โดยความแตกต่างที่สังเกตได้ชัดเจนจากอาการแพ้คือ อาการระคายเคืองไม่แสดงอาการกับทุกส่วนของร่างกายเหมือนกันอาการแพ้ เช่นครีมนั้นอาจทำให้ผิวหน้าคุณระคายเคืองแต่สามารถใช้ทาผิวกายได้อย่างไม่มีอาการใดๆ เป็นต้นโดยอาการผิวระคายเคืองสามารถควบคุมได้ด้วยการหลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่ระคายเคืองผิวหนัง เช่น สบู่หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำหอม ทาครีมบำรุงที่อ่อนโยนและสามารถปกป้องผิวได้ด้วยเพื่อสร้างผิวให้แข็งแรง ทนทานต่อทุกสภาวะ ประกอบกับทานอาหารที่มีประโยชน์บริหารความเครียดด้วยการออกกำลังกาย เป็นต้น

ส่วนใหญ่มากกว่า 80-90 % จะเป็นการระคายเคือง ที่เหลืออีก 10-20% เท่านั้นที่เป็นการแพ้จริงๆ

เพราะฉะนั้น หากคุณมีอาการผื่นคัน แดง หรือสิวลุกลาม ควรต้องกลับมาสังเกตตัวเองก่อนว่าช่วงนั้นคุณมีปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ผิวบอบบาง หรือระคายเคืองง่ายเป็นพิเศษหรือไม่ เช่น ออกแดดบ่อยพักผ่อนน้อย เครียด เจอมลภาวะและสารเคมีมากเกินปกติลองเครื่องสำอางค์หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวตัวใหม่ที่อาจมีความเข้มข้นของส่วนผสมเช่นกรดชนิดต่างๆมากเป็นพิเศษ เป็นต้น

แล้วเราจะหลีกเลี่ยงการระคายเคืองผิวได้อย่างไร?

  1. ดูจากส่วนผสม ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม กรดต่างๆ เป็นต้นดูจากส่วนผสม ที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น แอลกอฮอล์ น้ำหอม กรดต่างๆ เป็นต้นล้วนแต่มีโอกาสการระคายเคืองสูง ควรหลีกเลี่ยง
  2. ทดสอบที่ท้องแขนก่อนใช้บนหน้าติดต่อกัน 7 วัน ถ้าไม่มีอาการผิดปกติ ลุยเลย!
  3. ใช้ครีมสมุนไพร ใช่ว่าจะไม่แพ้นะจึงต้องดูส่วนประกอบให้รอบคอบทุกครั้งเพราะอาจมีสารเคมีที่ทำให้ระคายเคืองซ่อนอยู่ได้เช่นกัน

รู้อย่างนี้แล้วก็อย่าลืมดูส่วนผสมให้ดีก่อนทุกครั้ง อย่าหลงเชื่อแค่คำว่า “For sensitive skin” ที่ติดอยู่หน้าฉลากหรือกล่องแต่เพียงอย่างเดียว ควรเลือกใช้แต่ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่มีส่วนผสมอ่อนโยน ปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองอย่างแท้จริงนะคะ

ด้วยความปราถนาดีจากด้วยความปราถนาดีจาก
ทีมงาน SKINPRO

About Us

Natural dermaceutical skincare formulated without "7 SKINemies". Suitable for even the most sensitive skin.

Contact us

Image
Image
Image

Email: info@skinproderma.com

Tel: +66 93 139 5464

As featured on